พลาสติกที่นำมาใฃ้ผลิตพาเลท
พลาสติก-Plastic เป็น สารประกอบอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้น เพื่อใช้แทนวัสดุทางธรรมชาติ บางชนิดเมื่อเย็นตัว ก็แข็งตัว เมื่อถูกความร้อน ก็อ่อนตัว บางชนิด ก็แข็งตัวถาวร พลาสติกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
เทอร์โม พลาสติก-Thermoplastic เป็นพลาสติกที่ใช้กันมากที่สุด เมื่อได้รับความร้อนจะอ่อนตัว และเย็นลงจะแข็งตัว สามารถขึ้นรูปได้ตามแบบที่ต้องการ มีโครงสร้างโมเลกุลเป็นแบบโซ่ตรงยาว จึงสามารถหลอมเหลว หรือถ้าผ่านการอัดแรงมาก ก็จะไม่ทำลายโครงสร้างเดิม แล้วสามารถนำมาขึ้นรูปกลับมาใช้ใหม่ได้ ได้แก่
-Polyethylene: PE เป็นพลาสติกที่ไอน้ำซึมผ่านได้เล็กน้อย และอากาศผ่านเข้าออกได้ มีลักษณะขุ่น และทนความร้อนได้ตามอุณหภูมิ นำมาใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรม เช่น ท่อน้ำ ท่อร้อยสายไฟ ถัง ถุง ขวดขุ่น แผ่นรองสินค้า หรือพาเลทพลาสติก..
-Polypropylene: PP เป็นพลาสติกที่ไอน้ำซึมผ่านได้เล็กน้อย แข็งกว่าโพลิเอทิลีน ทนต่อสารไขมัน และความร้อนสูง ใช้ทำถุงพลาสติกร้อน หลอดดูดพลาสติก พาเลทพลาสติก..
-Polystyrene: PS เป็นพลาสติกที่ไอน้ำซึมผ่านได้พอสมควร มีลักษณะโปร่งใส เปราะ ทนต่อกรด และด่าง ใช้ทำชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กล่องใส เครื่องใช้สำนักงาน..
-Styrene acrylonitrile: SAN เป็นพลาสติกโปร่งใส ใช้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์..
-Acrylonitrile butadiene styrene: ABS เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติคล้าย PS แต่ทนสารเคมีดีกว่า เหนียวกว่า โปร่งแสง ใช้ผลิตถ้วย ถาด ส่วนผสมกันชนรถยนต์ และ พาเลทพลาสติก..
-Polyvinylchloride: PVC เป็นพลาสติกที่ไอน้ำ และอากาศซึมผ่านได้พอควร แต่ป้องกันไขมันได้ดี มีลักษณะใส ใช้ทำแผ่นพลาสติก ห่อเนยแข็ง แผ่นลามิเนตชั้นในของถุงพลาสติก..
-Nylon เป็นพลาสติกที่มีความเหนียวมาก คงทนต่อการเพิ่มอุณหภูมิ ใช้ทำแผ่นลามิเนต..
-Polyethylene terephthalate: PET เป็นพลาสติกที่เหนียวมากๆ โปร่งใส ราคาแพง ใช้ทำขวดน้ำดื่ม พรมเทียม..
-Polycarbonate: PC มีลักษณะโปร่งใส แข็ง ทนแรงยึด และแรงกระแทกได้ดี ทนความร้อนสูง ทนกรด แต่ไม่ทนด่าง ใช้ทำถ้วย จาน ชาม ขวดนมเด็ก และกันสาดต่างๆ..
เทอร์โม เซตติงพลาสติก-Thermosetting plastic เป็นพลาสติกที่มีสมบัติพิเศษ คือ ทนต่ออุณหภูมิ ปฏิกิริยาเคมี และคงรูป รวมทั้งเกิดคราบ หรือรอยเปื้อนได้ยาก เมื่อเย็นลงจะแข็งมาก ทนความร้อน ไม่อ่อนตัว และเปลี่ยนรูปร่างไม่ได้ แต่ถ้าอุณหภูมิสูงก็จะแตก และไหม้เป็นขี้เถ้าสีดำ โครงสร้างโมเลกุลจะเชื่อมโยงกันเป็นร่างแหจับกันแน่น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลแข็งแรงมาก ไม่สามารถนำมาหลอมเหลวใหม่ได้ ได้แก่
-เมลามีน ฟอร์มาลดีไฮด์> melamine formaldehyde มีคุณสมบัติทางเคมีทนแรงดันได้ 7,000-135,000 ปอนด์ต่อตร.นิ้ว ทนแรงอัดได้ 25,000-50,000 ปอนด์ต่อตร.นิ้ว ทนแรงกระแทกได้ 0.25-0.35 ทนความร้อนได้ถึง 140 องศา และปฏิกิริยาเคมีได้ดี เกิดคราบ และรอยเปื้อนยาก ข้อเสีย คือ น้ำส้มสายชูจะซึมเข้าเนื้อพลาสติกได้ง่าย แต่ไม่มีปฏิกิริยากับพลาสติก ใช้ทำภาชนะบรรจุอาหารหลายชนิด..
-ฟีนอลฟอร์มาดีไฮต์> phenol-formaldehyde มีความต้านทานต่อตัวทำละลาย สารละลายเกลือ และน้ำมัน แต่พลาสติกอาจพองบวมได้เนื่องจากน้ำ หรือแอลกอฮอล์พลาสติกชนิดนี้ ใช้ทำฝาจุกขวด และหม้อ..
-อีพ็อกซี> epoxy ใช้เคลือบผิวของอุปกรณ์ และวัสดุต่างๆ ใช้ในการเชื่อมส่วนประกอบโลหะ แก้ว และเซรามิก เป็นต้น
-โพลิเอสเตอร์> polyester กลุ่มของโพลิเมอร์ ที่มีหมู่เอสเทอร์ (-O•CO-) ในหน่วยซ้ำ เป็น โพลิเมอร์ที่นำมาใช้งานได้หลากหลาย เช่น ทำพลาสติกเคลือบผิว ขวดน้ำ เส้นใย ฟิล์ม และยาง..
-ยูรีเทน> urethane เป็น ชื่อเรียกทั่วไป มีสูตรทางเคมี คือ NH2COOC2H5
-โพลิยูรีเทน> polyurethane ประกอบด้วย หมู่ยูรีเทน (–NH•CO•O-) จากปฏิกิริยาระหว่างไดไอโซยาเนต (Di-isocyanates) กับไดออล(Diols) หรือไทรออล (Triols) ใช้ทำเป็น กาว น้ำมันชักเงา และยาง ชื่อย่อคือ PU (ที่เห็นก็ใช้ทำพื้นรองเท้า) เป็นต้น